Nattawut 的个人资料Room 518照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
4月16日 slow with rain ฮ้า !
รู้มั้ยว่าไปไหนมาอีกแล้ว ก็ที่มุกดาหารนั่นละ ตามคาดเลย ระหว่างทางฝนตกหนักมากเลย แต่ก็ยังมีคนเล่นสงกรานต์อยู่นะ
ปีนี้จะว่าไปแล้วคนเล่นสงกรานต์เยอะกว่าทุกปี เพราะอากาศที่ร้อนมากแน่ๆ เราไม่ได้เล่นหรอก วันที่13ไปบ้านยายมาที่พุทไธสง คนคึกคักมากเลย
เค้าเอารถดับเพลิงมาฉีดน้ำด้วย คิดในใจ โห ไม่ธรรมดานะเนี่ย มีตั้ง 3 คัน แทรกตามขบวน เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกลัวมือถือเปียก 55
สำหรับมุกดาหารไม่ได้ไปตลาดอินโดจีนเลย ไม่ได้ไปไหว้พระธาตุด้วย ก็คนเล่นสงกรานต์เยอะกลัวเปียก และก็จะเย็นแล้ว เลยกลายเป็นว่านั่งรถหลายร้อยกิโล
เพื่อไปกินข้าวริมโขงซะงั้น เปลี่ยนบรรยากาศๆ
สงกรานต์ก็ไม่ได้เล่นแล้วทำอะไรนะเหรอ ก็ดูซีรีส์ SUPER ROOKIE ฮามากเลย ลองหามาดูสิ
พรุ่งนี้ก็คงต้องกลับมอแล้วนั่นคือ ถึงวันเปิดเรียน แต่ยังรู้สึกอยากพักผ่อนอยู่เลย อยู่ที่บ้านนี่สบายใจจัง
" เห็นฝนจากฟ้า ดีกว่าเห็นน้ำจากตาตัวเองเป็นไหนๆ.. คนเราต้องเดินช้าๆจริงๆด้วยนะ "
รูปถ่ายล่าสุดเลยนะเนี่ย เย็นวันที่สิบห้านี่เอง เฮียมันบอก อย่ามองกล้องๆ
เก๊กเข้าไว้ไอ้น้อง ไอ้เราก็คิดในใจ มันจะดีเหร๊ออออ ห่ะๆ
4月9日 ห้องเดิม ไม่ได้มาซะนาน ยังเหมือนเดิมเลยนะ..จะไม่เหมิอนเดิมได้ไงเล่า ก็แกไม่มาอัพนี่นา (ถ้ามันตอบนะ) อารมณ์ฝืดจังเรา
เอาน่าช่วงนี้จะมาบ่อยๆ เมื่อกี้ก็มาแล้วรอบนึง อะไรนะ.. อ่อ ไม่ได้ว่างมากหรอก แค่อยากเข้ามา
..ว่าแต่แกมาทำไร..ก็มาเรื่อยๆทำอะไรไร้สาระยังงี้ละ..บ้าป่าว..หา!แกว่าใครบ้าเหรอ เดี๋ยวพ่อปาบเข้าให้เลย..เออๆ
เอาเถอะๆยังไงซะนี่ก็ห้องแก จะมาเมื่อไหร่ก็มา..ก็ดี เคยมั้ยที่คิดว่าเราจะปกป้องคนอื่น แต่กลับเป็นเราที่ถูกปกป้อง..เสมอ
10月25日 นางฟ้า ..ไม่มีจริง อย่างน้อยก็สำหรับผม
ฝากนางฟ้าไปบอกเค้าว่า "ผมขอโทษนะ "
ฝากนางฟ้าไปบอกนางฟ้าว่า "ขอบคุณ"
ฝากนางฟ้ากลับไปบอกตัวผมเองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ว่า "กล้าๆหน่อย"
ฝากนางฟ้าช่วยรักษาแม่ผมด้วย และบอกเธอว่าผมรักเธอแค่ไหน
ฝากนางฟ้าลงโทษผมที ที่ได้แต่พึ่งพานางฟ้า
ฝากนางฟ้าปลอบใจคนที่กำลังเจ็บปวด
ฝากนางฟ้าได้โปรดแก้คำสาปให้เธอด้วย
ฝากนางฟ้าสอนหนังสือผมด้วย
ฝากนางฟ้าโปรดอภัยในสิ่งที่ผิดพลั้งไป
ฝากนางฟ้ามาเข้าฝัน "ลืมเธอซะเถอะ"
ฝากนางฟ้าส่องแสงนำทางผมเมื่อต้องเดินในความมืดมิด
ฝากนางฟ้าเก็บช่วงเวลาดีๆของผมไว้
ฝากนางฟ้าถามชะตาว่า "ใครคือนางฟ้า"
ฝากนางฟ้าถามพรหมลิขิตว่า "นางฟ้าจะมาเมื่อไหร่"
ฝากนางฟ้านำพาผมกับนางฟ้ามาเจอกัน
ฝากนางฟ้าดูแลคนที่ผมรักด้วย เพราะเค้าสำคัญ
ฝากนางฟ้าดูแลศัตรูผมด้วย เพราะเค้าก็สำคัญเช่นกัน
ฝากนางฟ้านำพาความคิดถึง..คิดถึง..
ฝากนางฟ้าบอกเธอว่า "มองผมบ้าง"
ฝากนางฟ้าบอกเพื่อนเธอ "เธอคือนางฟ้า"
ฝากนางฟ้าอวยพรผมด้วย
ฝากนางฟ้าถึงนางฟ้าโปรดอยู่กับผมในวันที่ผมไม่มีใคร
และฝากนางฟ้าอย่าปรากฎกายอีกเลย เพราะนางฟ้า..ไม่มีจริง
ผมมีความเชื่อว่า คนๆนึงย่อมมีความคิดที่ขัดแย้งกัน คนเราทุกคนต้องเคยรู้สึกถึง ผมจึง..
..อยากบอกนางฟ้าว่า "คุณคือนางฟ้าสำหรับผม" ไม่ว่าผมจะมองเห็นคุณรึเปล่า ไม่ว่าคุณจะมองเห็นผมรึยัง แต่นางฟ้าก็ยังเป็นนางฟ้าเสมอมา ไม่เปลี่ยนแปลง
8月5日 ห้อง 518 " รุ่งเช้าของวันนี้ฉันก็ได้รู้ว่าตึกใหญ่ที่มองเห็นผ่านประตูหลังห้อง
ซึ่งตรงกับโต๊ะอ่านหนังสือของฉันนั้น.. เป็นที่ที่เธอพักอาศัยอยู่นั่นเอง "
ไม่ได้ต้องการจะบอกว่ามันเป็นเรื่องแปลกตรงไหน พิศดารอย่างไร แค่อยากสื่อว่าการค้นพบสิ่งที่สงสัยมานาน
แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าได้ค้นพบด้วยตัวเองก็เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้นะ
4月1日 Love..summer..1.(พักร้อน1).....คีย์บอร์ดของผมกดปุ่มเว้นวรรคไม่ได้....กดตัวเลข..1..4..7..นัมล็อก...ลูกศรลงก็ไม่ได้เช่นกัน...แต่ต้องทนใช้มันไปนั่นแหละ
...........สี่ทุ่มนั่งมองดูสิ่งที่ตัวเองพิมพ์..ถูกลบจากขวาไปซ้ายจากท้ายบรรทัดสู่ต้นบรรทัด...
ปุ่มดีลีททำงานของมันได้อย่างซื่อสัตย์นักและไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อยเลย...
และแน่นอนมันทำตามคำสั่งของผม....การกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
เพราะอะไร..เพราะอะไร..เพราะอะไร....ผมถามตัวเองซ้ำๆ...
ผมพิมพ์คำถามนี้อย่างคล่องแคล่วราวกับว่าผมคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี
มีเรื่องมากมายที่ผมอยากระบายออกมา...อยากให้คนบางคนได้รับรู้...
มีเรื่องมากมายที่อยากคุย...แม้กระทั่งคำทักทายง่ายๆที่คนอื่นพูดกัน
ผมยังไม่กล้าที่จะเอ่ยมัน...เพราะอะไร...เพราะอะไร...
.........ผมออนเอ็มทุกวันเลยนะ...แต่ให้ตายเถอะผมได้แต่ซ่อนตัวมองดูคนนู้นคนนี้เข้ามาทีละคนๆและมองดูเค้าจากไปเช่นกัน...
สี่ทุ่มสี่สิบห้านาทีของวันนี้....เธอออน..ผมมองอยู่นานคิดอยู่นาน..ผมตัดสินใจออน...
แค่โผล่ไปออนวันเดียวกับเธอได้ก็สุขใจแล้ว...แต่ผมก็ไม่ได้ทักทายเธออยู่ดี
เพราะอะไร...โง่ๆๆ..ชะมัด......(เที่ยงคืนผมกลับมาพิมพ์บรรทัดนี้หลังจากเธอออฟลายแล้ว)
......หลายครั้งที่ผมทำเรื่องที่ไม่บังเอิญให้กลายเป็นเรื่องบังเอิญ...ผมมักจะโผล่ไปให้เธอเจอได้ในทุกโอกาส...
..ได้ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกัน...เดินสวนกันบ้าง...หรือแค่ได้ลอยผ่านหน้าเธอเฉยๆผมก็เอา...แต่ก็ไม่ได้คุยอีกนั่นแหละ...ฟอร์มไปเพื่ออะไรเนี่ย
คนที่ผมคิด........กับกลายเป็นคนที่ผมไม่มีสิทธิ์ซะแล้ว..เพราะอะไร...เพราะอะไร...ถึงทำอะไรช้ากว่าคนอื่นเสมอ
ห้าทุ่มสามสิบเอ็ดนาทีมองดูสิ่งที่ตัวเองพิมพ์อีกครั้ง...ปุ่มดีลีทเหมือนอยากจะทำงานโปรดของมัน
แต่..ถึงเวลาพักร้อนแล้วหล่ะ.....
.......ช่วงนี้ก็เป็นเวลาพักร้อน..ร้อนมากๆของผม...ทะเลที่ประจวบดูท่าจะยินดีกับการมาเยือนของพวกเราไม่น้อย
ลงจากรถก็ต้อนรับด้วยแสงแดดอย่างอบ(อุ่น)...มองไปรอบๆก็คงมีสวนสนนั่นแหละที่สะดุดตา...
เรียงเป็นแถวยาวริมหาดเลยทีเดียว...บ้านพักอยู่ริมหาดเหมือนกัน...ได้ยินคลื่นคุยกันไม่ว่างหูเลย
เป็นสำเนียงที่ถูกใจคนฟังอย่างผมเหลือเกิน...ลมปากของเจ้าหล่อนก็ช่างหอมนักสูดแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
เม็ดทรายแต่ละเม็ดเวลาสะท้อนแสงขาวผ่องไม่แพ้ผิวเธอ....เป็นเรื่องง่ายนักที่จะหลงเสน่ห์ของเธอ...
..ผมยอมรับ...
.......ปูผัดผงกระหรี่ที่นี่อร่อยดี...ราคาปกติด้วย...บ่ายนี้เราเลือกออกมาพักทานข้าวที่อ่าวมะนาว
มองออกไปน้ำทะเลสีเขียว...เห็นเกาะอยู่ใกล้ๆด้วย...หากว่าเวลาน้ำลดจะเกิดเป็นสันทราย..
ให้เราได้เดินข้ามไปได้เลยทีเดียว...เล่ากันว่าอ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลกครั้งที่2..
ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น...รบกันที่นี่เลยนะ..โห..ปัจจุบันดูแลโดยกองบิน53...ห่ะๆก็ผมไม่ได้ลงน้ำไง..
เลยมีเวลาเก็บข้อมูล...สำหรับเพื่อนๆ..ดื่มน้ำทะเลได้ไม่นานฝนก็โปรยลงมา...
ปล.พบดาวบนเม็ดทรายด้วย...ก็ปลาดาวไง...เพื่อนแตกตื่นขึ้นจากน้ำมาดูใหญ่เลย...
.......เสียงหัวเราะของเพื่อนๆดังมาจากทะเล...ขณะที่ผมเดินถ่ายรูปอยู่ริมหาด...เพื่อนส่วนใหญ่ลงไป
เล่นน้ำสนทนากับคลื่นอย่างสนุกสนาน...ผมไม่คิดเลยว่าตอนเย็นทะเลจะสวยได้ขนาดนี้..แสงพลบค่ำตกกระทบ
พื้นหาดที่มีน้ำทะเลเคลือบบางๆเปรียบเหมือนกระจกแผ่นใหญ่สะท้อนเงาท้องฟ้าสุดสายตา..สวยงามเหลือเกิน..
..ทำให้ผมรู้สึกว่าท้องฟ้ามีสองด้านเลยทีเดียว..โลกเรายังมีบางเวลาที่ฟ้ายังลงมาคู่กับพื้นทราย...
เช่นนั้นคงมีซักวันที่เธอลงจากฟ้ามาคบกับเม็ดทรายอย่างผม..จริงมั้ย
...ทริปนี้มีเด็กขี้ดื้อด้วย..ไม่ยักรู้ว่าผู้หญิงคณะนี้จะซนซะ..ปาทรายใส่กัน...เปื้อนเลย..
.เรามีแผนกเตรียมอาหารด้วย...ซื้อมาจากตลาดในตัวเมือง..เป็นพวกหมึก
..กุ้ง...ปลา..มีคุณลงโชว์เฟอร์เป็นกุ๊กใหญ่(ขอบคุณคับ)...แต่ลูกมือนี่สิไม่น่าเชื่อ..ย้ำ.อิมพอสซิเบิ้ล..คุณหนูสองคนคับ..ห่ะๆ
ลองเดาเอาเองละกาน...แต่ก็ขอบคุณมากเลยนะทำให้พวกเรามีอาหารอาหร่อยทาน...คืนนี้มีความสุขจริงๆ
นั่งทานอาหารริมหาด...บรรยากาศเพื่อนฝูง...เฮฮา..
..ห่ะๆๆ..ตลกที่หน้าบ้านพักมากเลย..กลายเป็นที่ตากผ้าไปเลยนะ..
........ค่ำคืน..ก็ถึงเวลา..เวลาป๊อกไง...วงใหญ่มากเลย...ตอนแรกคิดว่ากินหมูอยู่แย้วว...แต่ไม่ใช่แฮะ
เล่นเอาเสี่ยตูนเหงื่อตก...ต้องมาร่วมทุนกับเฮียโอ๊ต..และนายต็อบ..กอบกู้เอกราชได้ในที่สุด
แหมๆ..มาที่นี่ทำให้ผมรู้สึกใกล้ชิดกับเพื่อนๆมากขึ้นจริงๆ...ตบท้ายด้วยการเล่นสล้าฟกินน้ำกัน
คนไม่เคยเล่นก็ได้เล่นเป็นหล่ะ..จริงมั้ย...คนไม่หิวน้ำก็ต้องดื่มหล่ะ..ก็เล่นแพ้นี่นา..บางคนถึงกับบวมน้ำเลยน้า..ห่ะๆ
เป็นการเล่นที่สนุกมากจริงๆ..เฮ้อ..ขอน้ำผมบ้างสิ..ห่ะๆๆๆ..คนมันเซียนอยู่แย้ววว.....^..^
.......สองนาฬิกา...คืนนี้อากาศดีเหลือเกินผมมองออกไปยังทะเลเบื้องหน้า..พบเพียงแสงสีเขียวจากเรือเล็กสองสามลำ
...และคลื่นที่ยังส่งสำเนียงเสนาะหูไม่รู้หลับ...เช่นเดียวกับผมที่ยังนั่ง...ข้างๆมีมิตรรู้ใจกลมนึง..มันช่างซื่อสัตย์กับผมเสียจริง...อยู่เป็นเพื่อน
ในเวลาที่เป็นสุข...คืนนี้ผมเป็นสุข...และอยู่ในเวลาที่เศร้า...คืนนี้ผมเศร้า...แปลกนักที่ผมมีความรู้สึกแบบนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ในโลกนี้จะมีสตรีใดที่จะอยู่เคียงข้างผมเฉกเช่นปิยมิตรที่จริงใจนี้...หากมี..เธอคือใคร...
........ผมยอมรับว่าท้อยังไกลนักกว่าจะถึงเรือ....ช่วยด้วย!!..ใจผมร่ำร้อง...ผมพยายามสูดหายใจทางปาก....สูด...เป่า..
ไม่เป็นจังหวะนักราวกับมีน้ำท่วมปอดแล้ว.....มือและขากวัดแกว่งไม่เป็นท่า..พยายามจะร้องแต่ร้องไม่ออกมีอะไรจุกปากไว้..ช่ว.ย.อ่ะ.แอ๊กๆๆ
ผมคิดทันที..ผมคิดว่าคงไม่รอดแน่..ผมยังมึนนิดๆจากเมื่อคืนด้วย...ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ...ผมจึง..จึง...เดินขึ้นหาดไป...
เฮ้อ..การฝึกลอยตัวดูประการังนี่มันยากชะมัดเลย...ผมยิ่งว่ายน้ำไม่เป็นด้วยสิ....
วันนี้เรานั่งเรือยางไปเกาะเกาะนึง..มีส่วนนึงนั่งเรือใหญ่...เรือยางมันให้ความรู้สึกเหมือนในหนังทหารจริงๆเลย
ตอนแรกเค้าให้ฝึกประคองตัวในทะเลใกล้หาด...ก่อนพี่เรือยางจะเอาหนุ่มถึก7คนไปปล่อยลอยคอห่างจากที่เค้าดู
ประการังกันอยู่ไกลโคตร...เพราะเพ่แกคิดว่าผู้ชายไม่เป็นไรหรอก...ครับผมไม่เป็นรายยย...
กว่าผมจะพะงาบพะงาบไปถึง..ห่ะๆ..ซีดคับ..ซีดดด..แต่ประทับใจมันเป็นครั้งแรกของผม..ส่วนความสวยงามนั้นท่านต้องไปสัมผัสเองแล้วครับ
ปล.ขำไอ้ต๊อบประการังเค้าอยู่ดีแล้ว..แต่ดันเอาเท้าไปเตะ..ได้แผลซะ...จะใส่ยาให้ร้องกรี๊ดเชียวน้า..ห่ะๆ
......หนึ่งนาฬิกาสามวันก่อน.....กรี๊ดดดดด...อยากเป็นกระเทยแฮะจะได้ร้องให้ลั่นอพาตเม้น...
อากาศร้อนเหลือเกินเพื่อนที่เคยหลงทางย่ำมาที่ห้อง..518...คงรู้ดี...คืนนี้ผมเลือกใช้เวลาจัดห้อง
เชื่อมั้ยว่าผมคิดจะจัดห้องตั้งแต่สอบปลายภาคยังไม่เสร็จ...เมื่อผมท้อหรือล้าจากการอ่านหนังสือ
ผมจะออกแบบห้องตัวเอง...เพื่อใช้พื้นที่อันน้อยนิดยังไงให้คุ้ม...และผมทำได้...แต่ที่ทำไม่ได้
คือ...ทำให้ห้องเย็นขึ้น...แม้ผมจะเปิดพัดลมตั้งโต๊ะ..พัดลมติดเพดานก็แล้ว...กระทั่งเปิดถังน้ำแข็ง
ให้พัดลมเป่าก็เคย...แต่ก็ไม่เคยทำให้ผมคิดย้ายห้องเลย...เพราะอะไร..เพราะอะไรเธอยังคงเป็น
ที่พักใจของผม...แม้เธอจะทำให้ผมต้องทุกข์ร้อน...แม้เธอจะไม่เคยแลคนอย่างผม....
แต่ผมก็ยังต้องการเข้าไปอยู่ในใจเธอ...
......สี่นาฬิกาวันนี้...นั่งอัพสเปซจบ...ยังไงก็คงไม่ลบ..ปุ่มดีลีทไปพักร้อนไง...
ก่อนหน้านี้สามชม...เอาเวลาไปทำอย่างอื่นสองชม...กลับมาพิมพ์ต่อตามที่นึกออกคงรู้เรื่องนะ
สำหรับเอ็มตอนนี้ไม่มีใครออนแล้ว..
.....ใครบอกน้าว่าพักร้อนต้องไปทะเล...แต่ผมก็ไปทะเลนั่นแหละ
ร้อนนี้มีเรื่องมากมายยังจะบอกได้มั้ยว่า..เป็นการพักร้อน
...........................จบ..Love..summer..1.(พักร้อน1)...........................................................
12月27日 ฉันคือคนที่รักเธอ“กลับมาแล้วครับ” เป็นคำแรกที่ผมอยากบอกใครซักคนที่รอผมอยู่ และคราวนี้คือสิ่งที่มาจากใจล้วนๆ เพราะกลั่นมาจากแอลกอฮอล์ 40 ดีกรีที่ดื่มลงไปเลยเชียวนะ ไม่รู้จะสื่อไปถึงไหนกัน "ฉัน...คือคนที่รักเธอ" มีชื่อเรื่องด้วย ......................................................................................................... “ระหว่างที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงที่เหมือนลอยมาจากที่แสนไกล เป็นบทสนทนาของชายหนุ่มที่กำลังพร่ำออกมาเป็นทำนอง ให้ใครฟัง...ชื่ออะไร ผมก็ไม่รู้หรอกนะ เพราะอีกเสียงฟังไม่ชัดเลย เป็นเสียงของหญิงสาวที่พูดจาไม่กี่ประโยค ที่พอจะจับใจความได้ก็เป็นคำพูดของชายหนุ่มคนนั้นเอง......ว่า ” อย่าขังตัวเองอยู่ในความจริงเลย อย่าทำเมินเฉยในสิ่งที่เคยฝัน หากวันนี้ไม่ได้เป็นอย่างหวังในวันนั้น ก็ไม่ต้องหวั่น...เพราะฉันจะอยู่กับเธอ
ฉันเป็นใคร??เธอคงสงสัยในตัวฉัน เป็นคนสำคัญ หรือคนที่ใฝ่หา เป็นดั่งเทพให้พรเป็นเทวดา ที่จะเปลี่ยนดวงชะตาเหมือนในฝันเธอ
แต่เปล่าหรอกนะ...ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่เธอหา ไม่ใช่จอมคาถา เสกสิ่งที่เธอหวัง ไม่ใช่เจ้าชายพำนักอยู่ในวัง และไม่มั่งคั่งมากมีสมบัติใด
ความจริงฉันเป็นคนที่เธอไม่เคยนึกถึง แต่ในห้วงคำนึงฉันอาจคือคนที่เธอฝัน เป็นชายผู้พร้อมจะเติมใจให้กัน และมอบรักนิรันดร์แด่เธอผู้เดียว
“มาถึงตรงนี้ผมก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวแทรกขึ้นลางๆมา... ” ถูกแล้วล่ะ ฉันไม่เคยแม้แต่ฝันถึงเธอเลยซักครั้ง เธอเป็นแค่??? ? ??? / /???? เธอไม่มีสิ่งใดเทียบกับ ??? ที่ฉันฝันถึงเลย....??? ?? แล้วยังกล้าพูด..
“ตอนนี้ผมมองเห็นภาพชัดเจนว่า ชายหนุ่มนั้นจ้องตาหญิงสาวพร้อมกับพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น”
ใช่แล้ว หากเธอฟังสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไป ฉันก็อยากบอกเธอว่าฉันมีเพียงสิ่งเดียวที่จะมอบให้เธอนั่นคือ “ หัวใจ” หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และจะมาเป็นจุดเริ่มต้นเติมเต็มในสิ่งที่เธอขาดไป
“เสียงหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง” คำก็หัวใจ สองคำก็หัวใจ เอาแต่ความรักมาอ้าง แล้วมันจะช่วยให้ฝันของฉันเป็นจริงได้อย่างไรกัน?
“ชายหนุ่มยังไม่ได้ละสายตาไปจากเธอเลย และบอกเธอเหมือนจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินว่า...”
“ หัวใจของฉันแค่อยากให้เธอรับรู้ว่า... ฉันไม่ได้มาทำให้เธอลืมความฝันของเธอ แต่ฉันมาเพื่อช่วยเติมความฝันของเธอให้ใกล้เคียงความเป็นจริง เพราะ...ฉันรักเธอ” เปลี่ยนความจริงของเธอให้มีฉัน สร้างทางฝันของเธอให้สดใส หากเธอเปิดรับฉันไว้ในหัวใจ ฉันและเธอ..” เรา” ก้าวไปพร้อมๆกัน
“หลังจากนั้นผมก็หลับไปไม่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองเลย ความคิดสุดท้ายของผมในตอนนั้นบอกผมว่า ชายหนุ่มบอกหญิงสาวไปอย่างนั้นจริงๆ และผมเชื่อว่าเค้าพูดความจริง ตอนนี้ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองจะลงเอยกันอย่างไร แต่จะยังไงก็ช่างเถอะผมก็ยังชื่นชมชายหนุ่มคนนั้น และจะทำให้ได้อย่างเค้า จะจ้องตาหญิงอันเป็นที่รักและบอกเธอว่า...ผมรักคุณนะ”
................................................. ตอนนี้เป็นวันที่ 29 ธันวาคม 2549 ผมกลับมาอ่านสิ่งที่เขียนไปอีกครั้ง ไม่นึกเลยว่าจะทำไปได้ แต่คิดอีกทีไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่ๆ คงเป็นชายหนุ่มคนนั้นเองที่ บังคับให้ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา...ผู้ชายอีกคนที่อยู่ในตัวผม เค้าเป็นเหมือนความคิดของผม เวลาที่ผมมีเรื่องมากมายในหัวทั้งสบายใจและไม่สบายใจ เค้าจะเป็นคนกลั่นกรอง รวบรวม แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวร้อยแปด หากว่าผมรู้จักการ "บันทึก" คงมีอะไรดีดีให้อ่านอีกเป็นแน่ ผมจะพยายามเขียนบันทึกให้มากขึ้น ให้ได้เหมือนกับการบันทึก รูปภาพ... อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้ว สำหรับเรื่องนี้..ฉันคือคนที่รักเธอ ถือเป็นบทเริ่มต้นฉลองปีใหม่ก็แล้วกันนะ ขอให้เพื่อนๆมีความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปในปีใหม่ที่กำลังมานะครับ
และขอกล่าวแบบไทยๆว่า "สวัสดีปีใหม่คร้าบ" เพื่อนๆทุกคน
8月17日 ช่างตัดผมเอามาลงจนได้ เรื่องที่ไม่ได้พูดหน้าชั้นในหัวข้อความประทับใจ - วันนั้นเรื่องที่เตรียมไปไม่ได้พูด แต่ไปพูดอีกเรื่องที่นั่งคิดเอาตรงนั้น ไม่รู้ทำไมถึงเป็นแบบนี้เรื่อย
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องของผมเกี่ยวกับช่างตัดผมคนหนึ่ง เราเรียกเขาว่า "เอก" เอกอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมนี่แหละ
เป็นช่างตัดผมสุภาพบุรุษที่มีฝีมือดี คนในละแวกบ้านผมต่างให้ความวางใจ และเอกก็ภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น
พระเอกของเราไปหลงรักลูกสาวของเฮียที่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างร้าน แต่เธอไม่เคยสนใจเอกเลย คนที่เธอสนใจกลับเป็น
หนุ่มลูกค้าตัดผมขาประจำของเอกเอง
วันนี้เจ้าหนุ่มนั่นก็มาตัดผมตามเคย แต่ไม่ธรรมดาตรงที่พาแฟนมาด้วยน่ะสิ แน่นอนครับเธอก็คือแม่ยอดดวงใจ
นางเอกตลอดกาลของนายเอก เอกช่างรู้สึกแย่และเกลียดหน้าเจ้าหนุ่มจริงๆ ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมา
--ทำไมเราต้องมาทนตัดผมให้เจ้านี่กันเล่า มันแย่งนางเอกเรานี่นา ใช่แล้วเราต้องทำให้มันอับอาย
ต้องตัดผมให้มันแย่ๆ น่าเกลียดๆ ให้มันอายต่อหน้าเธอ ให้เธอเห็นว่ามันน่าเกลียด--ไม่พอๆ(พระเอกเราคิดต่อ)เราต้องทำให้เธอเห็นว่า
มันนิสัยไม่ดีขนาดไหน ตอนแรกต้องทำทีว่าเราเจ็บแขน ตัดผมให้มันเสีย ทีนี้มันต้องโวยวาย ด่าเราแรงๆแน่ ระหว่างนี้เราก็จะทำหน้าตา
ให้น่าสงสาร พูดแค่ว่า " ผมขอโทษครับ" บีบน้ำตาไปด้วยนิดนึง ทีนี้แหละไอ้เอกเอ้ย! นางเอกของเอ็งจะต้องเห็นใจพระเอกตัวจริง
รีบเข้ามาโอบกอดปลอบใจทันที... แล้วเธอก็จะเห็นถึงความนิสัยเสียของเจ้าหนุ่มนั่น กลับมาสนใจเราแน่ๆ เหอๆๆๆๆ แฮปปี้เอ็นดิ้งโว้ยยย --
เอกคิดทั้งหมดในเสี้ยวนาที และไม่รอช้าที่จะต้อนรับเจ้าหนุ่ม
เอกฉีกยิ้ม แต่ในใจหัวเราะเยาะ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนแน่ จึงหันไปยิ้มให้นางเอกของเขา แต่เจ้าหล่อนไม่ได้
แม้แต่สบตาเอกเลย หล่อนมองแค่เจ้าหนุ่มนั่น มันทำให้เอกเกิดอารมณ์โกรธมากๆ เอกรีบคลุมผ้ากันเปื้อนให้เจ้าหนุ่ม
คว้าเครื่องตัดผมอย่างเร็ว ยื่นมือออกไปหวังทำตามที่คิดไว้..แต่ก่อนที่เครื่องตัดจะสัมผัสผม เขาก็ทันได้เหลือบเห็นเงาสะท้อน
ของวัตถุชิ้นหนึ่ง มันคือ..มันคือ..อย่าเพิ่งตกใจครับ..มันคือ ใบประกาศนียบัตรนั่นเอง - ใบประกาศนียบัตรที่รับรองอาชีพช่างตัดผมของเอก
ใบประกาศนียบัตรที่เอกแลกกับการฝึกฝนอย่างหนัก และเอกแสนจะภาคภูมิใจ มันทำให้เอกรู้สึกตัว-- โอ้วเราคิดจะทำอะไรกันนี่
เราเกือบจะสูญเสียลูกค้าที่แสนซื่อสัตย์ เราเกือบจะถูกจับเข้าคุกแล้ว เราเกือบจะไม่ได้ทำในสิ่งที่รักต่อ และที่สำคัญ..
เราเกือบถูกคนที่เรารักเกลียดไปตลอดชีวิต ไม่ได้เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน..ไม่..ไม่..--
สุดท้าย..พระเอกของเราก็ได้แต่ข่มใจ ข่มอารมณ์ ตัดผมให้เจ้าหนุ่มด้วยความปราณีตเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
นั่นแหละครับเรื่องราวอันแสนประทับใจของผม ผมเป็นใครน่ะเหรอถึงได้รู้เรื่องละเอียดจัง - ใช่แล้วครับผมก็เป็นลูกค้าขาประจำน่ะสิ...
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และแล้วเรื่องทั้งหมดก็จบลงด้วยดี มันช่างแฝงไปด้วยความนัยหลายๆอย่างรอเราได้ค้นพบดีแท้ เหอะๆ
8月11日 หัวใจสีเขียวกับพื้นที่สีขาว[ THE GREEN HEART ]
กลับมาคราวนี้ มาแนวนวนิยายเลยนะ อยากลองดู แต่คงจะอัพเป็นตอนๆไป แรงบันดาลใจก็มาจากการคิดหลายๆอย่างมั่วๆกัน แต่ตอนนี้ลงได้แค่นี้ก่อน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ บทนำ
-1- กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...มีชายหนุ่มนามว่า 'อาเธอร์เลียส' ผู้ออกเดินทาง ผจญภัยไปในโลกกว้างเพื่อค้นหาบางสิ่ง นั่นคือยารักษาโรคหัวใจ ใช่แล้ว เพราะหัวใจของเขาไม่เหมือนคนทั่วไป - - เขาผู้ซึ่งกำเนิดมาพร้อมกับหัวใจสีเขียว แต่หนทางข้างหน้าของอาเธอร์เลียสช่างเต็มไปด้วยสิ่งเหนือความคาดหมายจริงๆ...
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อะไรคือปริศนาของหัวใจสีเขียว และอะไรคือสิ่งที่เขาได้ค้นพบ มาร่วมผจญภัยไปพร้อมกับเขาได้ที่นี่!
เร็วๆนี้..
7月11日 ตัวประกอบไม่ได้พบกันนานนะ เปลี่ยนมาอัพเรื่องอีกแนว ...น่าเศร้าที่ใช้ใจเขียน มากว่าเหตุผล
ละคร -1-
ข้าพเจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น "ตัวเอก" หากแต่เป็น "ตัวประกอบ" เพื่อทำให้เธอและเขา...ได้พบกัน
ละคร -2-
ข้าพเจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น "ตัวเอก"
ที่เธอสนใจและทำหน้าที่ดำเนินเรื่องราว
หากแต่ ข้าพเจ้าเป็นเพียง "ตัวประกอบ"
ผู้ซึ่งสนับสนุนให้เธอและเขา..ได้รักกันตลอดไป
บทสรุป
ตัวประกอบ : คนที่ข้าพเจ้ารัก มักอยู่ไกลเกินเอื้อมถึงเสมอ
*มอบความสุขได้เพื่อเธอและเขา...ยกเว้น ตัวเอง
................
เคยรู้สึกมั้ยว่า ตัวเองยืนอยู่เพียงลำพัง
ยิ่งเอื้อมมือคว้าเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกห่าง
ในที่สุดก็ยอมรับว่า ตนเองเป็นได้เพียง
"ตัวประกอบ" 5月24日 หากใจสารภาพกลับมาแล้วคร้าบบบบ พร้อมกับการปิดฉากฤดูการท่องเที่ยว ช่วงนี้รู้สึกเหงาๆ...เปลี่ยว เหอะๆๆ เลยเปลี่ยนแนวมาอัพเรื่องความรักกะเค้ามั่ง
หลายคนถามนาย อ.ว่าทำไมไม่มีแฟนกับเค้าเสียที เค้าก็มักจะตอบเลี่ยงๆไป ว่า ก็ยังไม่ถึงเวลา ฮาฮา
จนเพื่อนมองว่านาย อ. เป็นเกย์รึป่าว เหอะๆ ไม่ช่ายน๊า!!
ทุกคนคงมีเหตุผลต่างกัน นาย อ. เองก็เช่นกัน เค้าเปิดใจสารภาพกับผม..ว่า
"ความจริงข้าพเจ้าก็ไม่สามารถปิดกั้นความรู้สึกดีๆที่มันก่อตัวเกิดขึ้นกับหญิงที่ชอบได้ ทั้งหญิงแรกพบ หญิงที่กำลังพบ หรือหญิงที่มาพบข้าพเจ้าก็ตาม แต่จนแล้วจนรอดข้าพเจ้าก็ไม่เคยตามจีบ หรือรับจีบเป็นจริงเป็นจังเลย
แม้เพื่อนๆจะเตือนเสมอว่าระวัง ม.ค.ป.ด." ( ถึงตอนนี้หลายคนคงกำลังคิดว่า มันหล่อนักรึไงหา!..)
ก่อนจะตัดสินนาย อ. มาดูข้างในหัวใจเค้าก่อนคร้าบบบ
หัวใจ4มิติของนาย อ.
- หน้า A-
มิติ -1- นานมาแล้ว
: ข้าพเจ้าเฝ้าคิดหาทุกวิถึทางที่จะทำให้ข้าพเจ้าลืมเธอคนนั้น..เธอซึ่งยังมีตัวตนจริงอยู่ในฝัน แม้ไม่บ่อย แต่เธอก็ปรากฎภาพเรื่อยๆ เธอทำให้ข้าพเจ้าเจ็บปวดใจทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมา หวนนึกถึงเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นระหว่างเรา แต่ความจริง เธอได้ลืมข้าพเจ้าไปแล้ว เธอมีคนรู้ใจซะแล้ว...และที่เจ็บยิ่งกว่าคือเธออยู่ไม่ไกลข้าพเจ้าเลย
มิติ -2-ใกล้แค่เอื้อม
:เมื่อเธออีกคน..อยู่ใกล้ๆข้าพเจ้านี่เอง การเรียนที่เดียวกันทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกดีๆกับเธอ แต่ข้าพเจ้ากลับบอกความในใจไม่ได้ เพราะเธอได้ไปเป็นส่วนเติมเต็มให้คนอื่นไปแล้ว หรือไม่เธอก็คงมองข้ามข้าพเจ้าไป
มิติ -3-ไกลแต่ตัว
:เธอผู้อยู่ไกล แต่ข้าพเจ้าก็ติดต่อกับเธอเสมอ กลายเป็นความผูกพันที่หวังให้เธอเข้าใจ
มิติ -4-ผู้เข้ามา
:เมื่อมีเธออีกคนเข้ามา ผู้ซึ่งมีความรู้สึกดีๆให้ข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม...มันทำให้ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าจะรับมันไว้ได้มั้ย ด้วยกลัวว่ามันจะซ้ำซึ่งแผลเก่า
ด้วยเหตุเช่นนั้น ทำให้นาย อ. เข้าใจสภาพตนเองและอยากถ่ายทอดให้เข้าใจว่า -หน้า B-
มิติ -1-
:เหตุผลว่าทำไมข้าพเจ้าไม่ไปตามจีบเธอคนนั้นอีกทั้งที่ชอบขนาดนั้น ทำนองตื้อนั่นแระ ก็เพราะว่าข้าพเจ้าเข้าใจความหมายของสิ่งสำคัญดี คงไม่มีใครอยากเสียไป เมื่อได้รู้ว่าชายคนนั้นรักเธอ เค้าให้ความสำคัญกับเธอ ข้าพเจ้าก็เข้าใจในทันทีว่าชายผู้นั้นคงไม่ต่างกับข้าพเจ้าที่หวังให้เธอมีความสุข...และเธอก็มีความสุขอยู่จริงๆด้วย ^ ^
มิติ-2-
:เพื่อนๆย้ำนักว่า ระวัง ม.ค.ป.ด. หรือรีบๆจีบเซ่ ! ข้าพเจ้าจึงคิด และถามตัวเองว่าเอ็งชอบใครวะ..ใช่แล้วหลายคนเลย (ไอ้โลภมาก) เหอะๆ นั่นเป็นคำตอบแล้วว่าข้าพเจ้าตอบยังไม่ได้ ซักพักชอบคนนั่น ซักพักมองคนนี้ เค้ามองข้ามเรา เรามองข้ามเค้า ล้วนเข้าใจ ทางที่ดี คือขอเป็นเพื่อนด้วยความบริสุทธิ์ใจ(มั่กเท่าที่ทำได้) ^ ^
มิติ -3-
:ความเหงาคงเกิดได้กับทุกคน เดี๋ยวนี้ติดต่อกันง่าย ข้าพเจ้าจึงโทรหาเธอ และคุยด้วยหวังว่าเธอจะสนุกไปด้วยกัน และไม่ลืมกันและกันนะ ^ ^
มิติ -4-
:ข้าพเจ้าเข้าใจในความรู้สึกดีๆที่เธอมอบให้เสมอจนถึงเดี๋ยวนี้ เพราะข้าพเจ้าก็มีมันเช่นกัน แต่เหตุที่รับไว้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะข้าพเจ้าเข้าใจในตัวเอง ดั่งมิติที่ -2- นั่นเอง ^ ^
ไงค้าบบทุกท่าน นี่คือสิ่งที่นาย อ. มาสารภาพกับผมเอง เค้าโผล่มาตอนที่ผมกำลังcomment เรื่องอินเลิฟให้เพื่อนคนหนึ่งอยู่ ผมก็เตือนว่าจะให้เอาลงบ็อคจริงเร้อ คนเราคิดต่างมุมนา แต่เค้าก็ส่ายหน้า และบอกกับผมว่า
" นี่แหละสิ่งที่ข้าพเจ้ามี...ความจริงใจเท่านั้นเอง "
ก่อนจากนาย อ. ก็มีข้อความฝากมาบอก
"หากใจข้าพเจ้าสารภาพว่ารัก แล้วใจเธอจะสารภาพว่ารัก...ได้หรือเปล่า"
ปล. เพื่อนๆอาจเคยพบเห็นนาย อ.มาแล้ว เค้าลอยไปลอยมา เป็นเหมือนวิญญาณไร้หลักแถวๆนี้แระ เหอะๆๆๆ
5月17日 ทะเลที่รัก
ปล. โฮ่ๆ หลังจากตกแต่งภายในเสร็จ ก็รีบมาอัพทันที แต่ใครที่อยากชมรูปก็ทนรอกันก่อนนะคร้าบ เพราะอัพไม่เป็น (รูปดาหลาเพื่อนอัพให้อ่า )
ในที่สุดทัวร์ 6012 ก็เป็นจริง ด้วยการประสานงานหลายฝ่ายจึงมีเพื่อนไปตั้ง 9 คน ฮาฮา ไม่ว่ากาน ^ ^ ก็มี เจ๊เหมียว นุ้กนิก หวาน พะโคเทอด มิกกี้ จั่น ใหม่ โอ๊ต และตัวละครลับอีก2คน( ต้อมกะโด่ง ..ลับตรงไหนว๊า!) เป้าหมายการเดินทางคือ ทะเล…เย้ วันที่ 8-10 พค -1- หลังจากพักมา 2 วันกับการไปทะเลกะครอบครัว โอ๊ตก็ออกเดินทางต่ออีกแล้วคับท่าน โอ้ววว ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้!! --- ตี5ครึ่งวันที่ 8 เราไปรวมตัวกันที่หอ 9 หลัง มอขอ ด้วยว่าใกล้ที่พักเจ๊เหมียว เหตุนี้เองหนุ่ม 5 คนจึงต้องแบกของบิดจากกังฯมา ( บ่นๆๆ) แต่เดี๋ยวก่อน เท่านี้ยังไม่พอใหม่สุดหล่อกะโอ๊ตดันลืมของ จึงต้องย้อนไปกังฯอีก กว่าจะออกเดินทางก็ 6 โมงกว่าๆแระ แฮ่ๆ(โบรชัวที่พัก กะกีตาร์เชียวนา หุหุ) ระหว่างทางก็เล่น killer กัน เฮฮาปาจิงโกะไปถึงโคราชก็ต้องแวะรับตัวละครลับนั่นคือ ต้อมสามช่า แต่รถทัวร์ที่ต้อมนั่งมาดันเสียยังมาไม่ถึง เหอๆ พี่ต๊อบ(โชวเฟอร์ ขอพาดพิงหน่อยคับ) ด้วยความหวังดีบอกเราว่า”พี่จะพาไปฆ่าเวลาที่…เดอะมอลล์” เย้ๆ พวกเราดีใจใหญ่... เอี๊ยดดด!! ณ บัดnowเราก็กรูกันไปที่หน้าห้าง เฮอะๆๆ เท่านั้นแหละครับท่านฮาโคตร ปรากฏว่าๆๆ หะ.. หะ.. ห้างยังไม่เปิด - + โอ๊ยนี่มัน 9โมง เค้าเปิด 10โมงครึ่งแน่ะ เหอๆ พี่ต๊อออออบ ---เฮ้อ เลยมานั่งเรียงแถวกันข้างรถ -2- แล้วและ ก็มาถึง…ตลาดบ้านเพ พวกเราก็ไปสำรวจตลาดกัน ฝ่ายหญิงไปซื้ออาหาร ส่วนเราก็ได้อาหารเหมือนกัน แต่เป็นอาหารเหลวแฮะ ^ ^ ถึงที่พักปั๊บ อ้อ! มันคือบ้านสังข์ บีชนั่นเอง เพื่อนๆก็ลงเล่นน้ำทันที ยกเว้นตูตามเคย ฮือๆ แต่ไม่เป็นไรโอ๊ตก็ออกเดินกับเจ้ากอนคู่ใจ(กล้องอ่ะ) ค่ำๆหน่อยก็พากันเล่นบานาน่าโบ๊ท นำโดยพะโคเทอด ลีลาบังคับสุ๊ดยอด โยกซ้ายย้ายขวา ฮุ่ยๆๆ ตกน้ำกันระนาว--- เย็นๆ ก็มีโด่งแวะมาสมทบ ร่วมกินอาหารทะเลกัน อื้ม อาหย่อยๆ(อยากกินอ่ะดิ อิอิ) ดึกๆก็ออกไปนั่งปล่อยอารมณ์ริมหาด จิบอาหารเหลว โอ้ววว มีความสุขจริงๆ --- ตี5 ก็ออกไปดูดวงอาทิตย์ และก่อนออกเดินทางก็ถ่ายรูปสวยๆ ด้วยกัน -3- 9 May --มุ่งสู่จันบุรี ก็ไปเที่ยวที่น้ำตกพลิ้ว บรรยากาศร่มรื่น มั่กๆ น้ำใสๆเย็นๆ ปลาเยอะๆ สะอาดด้วยนะ สุดยอดเลย ตอนแรกกะว่าจะแวะดูเฉยๆ แต่อดใจไม่ไหว โดดลงน้ำหลายคน เค้าติดใจปลามั่กๆ มันไม่คิดจะกินอย่างอื่นนอกจากถั่วรึไง กว่าจะออกจากนั่นก็บ่าย3 มุ่งตรงสู่หาดเจ้าหลาว – ทะเลเดียว รีสอร์ท-- บ้านพักประทับใจทุกคนเลย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เตียงคู่2เตียง มีทีวี แอร์ทั้ง2ห้อง แล้วยังมีห้องโถงใหญ่ด้วย ในราคา พันห้าเอง (ก็เป็นที่ที่เค้าไปพักครั้งก่อนนั้นแล แฮะๆ again) แม่นางทั้ง3 นอนพักในห้อง ส่วนชายๆก็ออกสู่แอนฟิลเปิดศึกวันแดงเดือดผลเสมอ 1-1 แล้ววิ่งลงทะเลกัน ยกเว้นตูอิกแระ จึงเดินปล่อยอารมณ์ไปเรื่อยๆ---เย็นก็มาพร้อมหน้ากัน 8 คน เอ๊ะ! ขาดคนนึง อ้อ ---> ใหม่อูฐ นั่นเอง มัวแต่เซ็ททรงผมอยู่นั่นแระ ไอ้ครีบปลาน่ะ!! (ถึงกับลงทุนซื้อที่รีดผมเลยนะ- แซวหน่อย ^ ^) ฮาฮา อิ่มๆ แต่..ราตรีนี้ยังยาวไกล โฮ่ๆ เข้าบ้านเล่นล๊าฟฟกัน ระหว่างนั้น3 ทหารเสือ(ใครบ้างเดากานเองเน้อ ใบ้ๆ --มอขอ 2 มอราม 1) ก็กินอาหารเหลวกันจุใจ ถึงขั้นอ้วกไปเร้ย 1นาย ฮาสุดๆ ยุ่งยากเพื่อนๆ(โบจัง นำทีม)เคลียร์พื้นที่ .. (คอ)อ่อนๆ จิงวุ้ย – เอิ๊กๆ มีบางส่วนแยกย้ายไปหลบภัย บางส่วนก็เล่นจับคู่ไพ่ต่อ ง่วววววงจัง คร่อกกก ฟี้… --ตื่นเช้าก็คุยถึงแต่เรื่องคออ่อนคอพับกัน เจ้าตัวแกไม่รู้เรื่องเร้ย เฮ้อ ก็พอดีฆ่าเวลารอพี่อูฐอาบน้ำแต่งผมไป ออกจากที่พัก 11 โมง แวะส่งต้อมมอรามที่โคราช แล้วเดินทางสู่มอขอโดยสวัสดีคร้าบ
***จบๆ เหนื่อยจิงๆ หนุกจิงๆ ครั้งหน้าเค้าจะจัดทริปอีกนะเพื่อนๆ เตรียมตัวด้วยน้าค้าบ 5月7日 วันครอบครัวแห่งชาติวันครอบครัวแห่งชาติ
3 May (ภาคเตรียมตัว) >>> วันที่ 2 รีบกลับมาด่วน ถึงบ้านก็สี่ทุ่มแระ (นี่ขนาดรีบอ่ะนะ) ได้ยินว่าจะไปเที่ยวทะเล 3-5 ที่ไหนไอ้เราก็ไม่รุ พอกลับถึงบ้านนะ แม่คุณก็บ่นเลย "ลูกอย่างนั้น ลูกอย่างนี้ ลูกตัวดีทำอารายอยู่.... #!!$%* - -' " คับๆๆๆไม่ทำอิกแย้ววว แล้วลูกคนดีก็สำนึกได้ เลยรีบเอื้อมมือไปเปิดคอมฯ ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม... sign in
55+ ก็ออนตั้งแต่ห้าทุ่มถึงตีสาม ไม่เหงาเลย ขอบคุงที่อยู่เป็นเพื่อนนะ ^ ^ ผมกลายเป็นแพนด้าไปอีกคนซะแว้วววว ตีสี่ถึงเวลาเดินทางซะที แบกเป้ขนของขึ้นกะบะ แล้วไปจอดรถที่บ้านอาโก มีสองจอมซน-อาร์ตี้ กะ อาร์ตี้(7-6 ขวบ ดื้อโคต) ที่คึกคักรออยู่แระ ถึงตอนนี้อาโก(แม่นางทั้ง 2) ก็ทำการรื้อประตู พับหน้าต่าง เก็บหลังคา..... แม่นางคงกะจะพับบ้านทั้งหลังเข้ากระเป๋าเป็นแน่แท้ .....- -"
เมื่อได้เข้าใจว่า เธอ..ไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ก็สมควรเวลาที่เราจะได้ออกจากอาจสามารถ โอ้วว! จอร์จมันตีห้าแระ ระหว่างทางก็ไปรับเฮียอิทอีกคนที่ร้อยเอ็ด เมื่อคืนโทรไปยังอยู่แถวสมุทรสงคราม พี่แกก็อุตส่าห์ขึ้นรถทัวร์กลับมาร้อยเอ็ดถึงตอนตีห้านั้นแล
(ภาคท่องเที่ยว ^ ^) สรุปว่าเอารถไป 2 คัน DmaxแอนCity แค๊ปของเรามีสี่คน พ่อ แม่ พี่ เก๋งมี เด็กสองผู้ใหญ่อีกสี่ มาจะกล่าวบทไป... อืมๆ การขับรถนี่มันช่างเหนื่อยจริง อืมๆ ... เข้าใจ เพราะผมนอนหลับตลอดทาง 55+ งัวเงียรู้สึกตัวก็ตอนพักทานข้าว หลับๆตื่นๆอยู่หลายรอบ และแล้วก็ถึงที่ที่เราจะพัก
// แต่น แตน แต๊น -ความสุขและความสบายท่ามกลาง หาดสวย ทะเลใส ขอแนะนำท่านสู่... บ้านสังข์-บีช // ก็นะ มันไม่ได้เป็นที่พักสุดหรูหรอกครับท่าน เป็นบ้านพักที่เห็นได้ทั่วไปอยู่แถวๆหาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง ^ ^แต่ประทับใจบรรยากาศความอบอุ่น สบายๆ ของที่นี่มาก มีคนมาพักก่อนเราพอสมควรเพราะมองตามรถที่จอดหน้าบ้านพักทั้งจากเหนือและกทม. ถึงอย่างนั้นมองไปรอบๆดูวังเวงจัง แต่เหอๆ ไม่กี่นาทีเท่านั้นก็มีรถนำเที่ยวพาคนกลุ่มใหญ่เข้ามา เป็นอันเฮฮาแระ พอเก็บของเสร็จพักทานข้าวเอาแรง >> จอมซนทั้งสองก็ใส่ชุดพร้อมลงน้ำ อาร์ตี้คนพี่ใส่ชุดยังไง ชายน้องก็อย่างนั้นแหละครับท่าน(เม้าท์หน่อยนะ- น้องตาร์นี่เอาแต่ใจจัง ชอบทำหน้าบึ้ง คิดๆแล้วเหมือนใครตอนเด็กน้า) และแล้วก็ได้เฮียอิทนำทัพ เหล่าวานรทั้งสอง เอ๊ย! น้องเลิฟทั้งสองก็ตามไป ติดที่พักเป็นชายหาดเลย ส่วนกระป๋มต้องนั่งซึมอยู่ริมหาด เพราะแพ้น้ำทะเล - - '...ไม่รุว่าไปรบกะมันแต่ชาติปางไหน เฮ้อ เซ็งเลยตู...
ทั้งสามเล่นน้ำกันสมกับที่อยากมาจริงๆ ซักพักป๊าเราก็ตามมาฝากแว่นและรองเท้าไว้กะเรา วิ่งลงน้ำตามไปอีกคน --น่าหนุกจัง-- 55+ ขำขำ นึกว่าเราจะเศร้ารึ คิดผิดแระ นายโอ๊ตก็หยิบแว่นดำขึ้นมาสวมทันที อิอิ ^ ^ อ๊ะๆ มันแสบตา (นิสัยเหมือนพ่อบ้านเข้าทุกวันเร้ยเรา) แต่ไม่มีฝรั่ง ส้มโอ แตงโม โอ้ววว...ผลโตๆ อ๊าม่ะใช่นะ ก็มีกรุ๊ปทัวร์นั่นแหละ สืบทราบจากการแอบฟังว่าเปงครู เฮฮาปาร์ตี้กันสุดๆ (ร้องเพลงรุ่นๆแกนั่นแล ประมาณว่า// ฉันขี่ไอ้ทุยวิ่งลุยท้องนา ฮุ้ยๆๆ// มีมุขด้วย--พี่ๆหอยนี่รู้ได้ไงว่าเป็นตัวผู้ตัวเมีย-- น้องก็ดูที่หางสิจ๊ะ..หางถี่ถี่ไง เฮ//และอีกสารพัด นัดทาวุดก็งงอารายหรอ..บอกเค้าที - -ง ) ระหว่างนั้นคนว่างงานอย่างเราก็เริ่มมองไปเรื่อยๆ หาดก็ใช้ได้ไม่สกปรก ทราบทีหลังจากเฮียว่าน้ำเค็มกว่าชะอำ... อืมๆ เข้าใจ-- มีพวกเล่นบานาน่าโบ๊ท ที่มีให้เล่นประปรายทุกทะเล และยังมีบอลนัดแดงเดือดให้ชมซะอีก!! แต่อาจจะดำเดือดก็ได้ เจือกทอดเสื้อโชว์ ช่วงเย็นๆก็ได้ปิ้งหมึกกินกัน อาซิม อาโก อาแม่ ออกไปซื้อกันและเตรียมไว้ให้ == อดเล่นน้ำทะเลเลยดิ กินหมึกปิ้งอย่างจุใจเลยท่านๆ ชอบมั่กๆ %% คืนนี้ก็ดริ้งกะพ่อ เฮีย ซะหน่อยและนั่งให้ยุ่งกัดอีกพักใหญ่ สะใจแล้วจึงเข้านอน
ZZzzzzzzz 4月19日 วันเหงาๆความทรงจำ
? 05
........เมื่อวานผมฝันเห็นคุณ คุณบอกว่าจะไม่ไปกับผมแล้ว ให้ผมเดินต่อไปเพียงลำพัง
............
"โปรดรับรู้ว่า คนที่คุณคิดถึง เค้าก็คิดถึงคุณเช่นกัน"
............
:: ในบางเวลาข้าพเจ้าเลือกที่จะเขียนบันทึก เพราะกลัวว่าจะลืมเรื่องสำคัญ
แต่ทุกเวลาข้าพเจ้ากลับคิดถึง.. เธอคนนั้น แม้ไม่เคยบันทึกเลย
"จงรัก"
.........
หากวันใดไม่มีเพื่อนรู้ใจคุยด้วย......อย่าคิดถึงผมนะ
หากวันใดไม่มีรอยยิ้มจริงใจ..........อย่าคิดถึงผมนะ
หากวันใดไม่มีอ้อมกอดที่อบอุ่น.....อย่าคิดถึงผมนะ
หากในทุกๆวันไม่มีผมอยู่ใกล้ๆ......อย่าคิดถึงผมนะ
"ลาก่อน"
..................
May 06
คนที่ข้าพเจ้ารัก มักอยู่ไกลเกินเอื้อมถึงเสมอ
................
20 May 06
ข้าพเจ้าได้แต่อ้อนวอน ขอให้ตนเองจง "ศรัทธา"
ศรัทธา... ในสิ่งที่ทำ
ศรัทธา... ในสิ่งที่กำลังจะทำ
และ ศรัทธา.....ในสิ่งที่ได้ลงมือทำไปแล้ว
"เพื่อเธอคนเดียว"
..............
ละคร -1-
ข้าพเจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น "ตัวเอก" หากแต่เป็น "ตัวประกอบ" ของบทละครเรื่องนี้ ณ เวลานั้น..เท่านั้นเอง
ละคร -2-
ข้าพเจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น "ตัวเอก"
ที่ทุกคนสนใจและทำหน้าที่ดำเนินเรื่องราว
หากแต่ ข้าพเจ้าเป็นเพียง "ตัวประกอบ"
ผู้ซึ่งทำให้ละครบทนั้นจบตัวมันเองลงอย่างสมบูรณ์
|
|
|